Home | Login :: Shopping Cart now in your cart 3 items    
  หน้าหลัก  
  เกี่ยวกับเรา  
  มาตรฐานสินค้า  
  สินค้าทั้งหมด  
  โปรโมชั่น  
  ติดต่อเรา  
  สมัครสมาชิก  
  สินค้าตัวอย่างฟรี  
Information
- สาระน่ารู้จากอย.
- สาระน่ารู้จากคุณหมอ
- ข่าวสารสมาชิก
- สินค้าราคาพิเศษ
- สินค้าขายดี
- สินค้าใหม่
- วิธีการสั่งซื้อ ชำระเงิน และรับสินค้า
- แจ้งการชำระเงิน
- เว็บบอร์ด(webboard)
สินค้าใหม่
ซีรั่ม ไข่ปลาคลาเวียร์คืนความอ่อนเยาว์ ผิวใส อมชมพู ทำให้ผิวนุ่มนวล ประดุจผิวแรกใหม่
ราคา 720.00 บาท
Categories
visiter :10948
 
 
ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวขาวกระจ่างใส ลดการสร้างเม็ดสี สีผิวสม่ำเสมอ
(Whitening)
 
:: ซีรั่มธรรมชาติเข้มข้น ที่มีอนุภาคระดับนาโน(Nano Particle) เพื่อผิวขาว กระจ่างใส อมชมพูเหมือนเลือดฝาด ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิด ฝ้า กระ จุดด่างดำ
(Muti-Plant Light White Perfect Serum Nanotecnology Water Base Cold Process) ::
   

zoom
รหัสสินค้า : W-005-50
 
คุณสมบัติ: ซีรั่มเพื่อผิวขาว กระจ่างใส ต้านอนุมูลอิสผสานใบชาหลากหลายชนิด ทั้ง ชาขาว ชาดำ ด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยมมากกว่าพืชชนิดอื่นพร้อมเทคโนโลยีการผลิตในระดับ Nano particle ที่ซึมลึกเข้าสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก เห็นผลเร็ว และ Liposomeที่ห่อหุ้มสารสกัดให้ทรงประสิทธิภาพได้เต็ม 100 อีกทั้งผลิตในขั้นตอน Cold Process ซึ่งไม่ผ่านความร้อน คงคุณภาพของซีรั่มได้อย่างดี เนื้อซีรั่มบางเบาไม่มันด้วย Water Base สัมผัสถึงความแตกต่าง

- ยับยั้งการสร้างเม็ดสี ทำให้ผิว ขาว กระจ่างใส ไร้ ฝ้า กระ และ จุดด่างดำ
- บำรุงผิวให้สุขภาพดี ใสอมชมพู แลดูอ่อนกว่าวัย
- ลดเลือนรอยฝ้า กระ และจุดด่างดำ
- ปรับสีผิวใส สม่ำเสมอกัน ไร้ความหมองคล้ำ
- ช่วยขับของเสีย(Detox)ออกจากผิวทั้ง มลภาวะและเครื่องสำอางที่ตกค้างบนผิว
- ลดการเกิดอนุมูลอิสระ ได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว
 
ส่วนประกอบ: Mitracarpe extract , Arbutin Bioflavonoids,Liposome encapsulate Vitamin C and E White Tea Extract , Black Tea Extract , Vitamin C Glycosphere, , Vitamin B3 , Licorice extract
 
วิธีใช้: ใช้ทาทั่วใบหน้าและลำคอก่อนทาครีมชนิดอื่น เช้า-ก่อนนอนเป็นประจำ
 
ข้อแนะนำ: เพื่อความขาวอย่างชัดเจนควรใช้ควบคู่กับ ครีมกันแดดที่ปกป้องสูงสุดเช่น Perfect White Sun Protect 100 Cream
 
ขนาด: 50 g e 1.7 fl.oz
 
ปกติ 620.00 ฿
สมาชิก 380.00
฿
 
 
 
     

<< back

Muti-Plant Light White Perfect Serum
W-005-50

          การปรับสภาพผิวหรือทำให้ผิวขาวเป็นเรื่องของการเสริมความงาม โดยส่วนใหญ่นิยมการมีผิวสีอ่อนมากกว่าผิวสีเข้ม เพราะแลดูสะอาดตาและสดใสกว่า ปกติผิวหนังจะทำหน้าที่ปกคลุมและปกป้องร่างกายนั้น จะมีการสร้างเม็ดสีผิวหรือเมลานิน(melanin pigment) เพื่อทำหน้าที่เป็นทหารป้องกันผิวหนังจากสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากแสงแดดมิให้เกิดการเผาไหม้หรือบวมแดง โดยเมลานินหรือเม็ดสีผิวเหล่านี้จะดูดซับรังสี UVในแสงแดดเอาไว้

กระบวนการสร้างเมลานิน :

          ในชั้นของหนังกำพร้าชั้นล่างสุด (stratum basale) มีกลุ่มเซลล์ที่เรียกว่า เซลล์สร้างสีผิว (melanocytes) ทำหน้าที่สร้างและหลั่ง melanosomes (brown organells) ซึ่งภายในประกอบด้วย copper containing enzyme ชื่อ tyrosinase สามารถเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของไทโรซีนเปลี่ยนเป็น indole 5,6 quinone สารตัวนี้และ intermediates อีกหลายตัว จะเกิดปฏิกิริยา polymerization ไปเป็น highly insoluble substance ซึ่งสามารถรวมตัวกับโปรตีนอย่างหนาแน่นด้วย sulfhydryl linkage เกิดเป็นเมลานิน ปรากฎเป็นสีผิวเกิดขึ้น

ไลโปโซม
          ไลโปโซม (liposome) ถูกค้นพบและใช้งานในต่างประเทศตั้งแต่ประมาณปี 1970 เป็นโครงสร้างของอนุภาคแบบ vesicle ขนาดนาโน (มักจะเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 50-300 นาโนเมตร) ที่เกิดจากการจัดเรียงตัวเป็นสองชั้น (bilayer) ของโมเลกุลไขมันฟอตเฟส (Phospholipids) เมื่ออยู่ในน้ำ

เยื่อหุ้มเซลล์สังเคราะห์
          เซลล์ชนิดต่างๆ ในร่างกายของคนหรือสัตว์ มีเยื่อหุ้มเซลล์ (Cell Membrane) เพื่อทำหน้าที่ปกป้องส่วนประกอบภายในเซลล์และเป็นทางผ่านเข้าออกของสารต่างๆ มีองค์ประกอบที่สำคัญคือโมเลกุลของไขมันฟอตเฟสจัดเรียงตัวเป็นสองชั้น (bilayer) คอเลสเตอรอล และโปรตีนที่แทรกอยู่ระหว่าง bilayer เพื่อทำหน้าที่เป็นประตูทางเข้าออกของสารต่างๆ รวมทั้งรับสัญญาณระหว่างเซลล์ จะเห็นว่าไลโปโซมจึงมีโครงสร้างคล้ายเยื่อหุ้มเซลล์ตามธรรมชาติที่ไม่มีโปรตีนประกอบอยู่ด้วยนั่นเอง

ลักษณะของไลโปโซม
          สาเหตุหลักที่โมเลกุลของไขมันฟอสเฟตมีการจัดเรียงตัวเป็น bilayer เนื่องจากโครงสร้างที่ประกอบด้วย “ส่วนหัว” ที่ละลายน้ำได้ดี และ “ส่วนหาง” ที่ไม่ละลายน้ำ ดังนั้นไขมันฟอสเฟตจึงพยายามจัดเรียงตัว เพื่อซ่อนส่วนหางจากน้ำและหันส่วนหัวไปในด้านที่จะต้องสัมผัสกับน้ำ เพื่อให้เกิดความเสถียรตามธรรมชาติ ดังนั้นเราจึงสามารถบรรจุสารสำคัญเช่น ยา วิตตามิน ฮอร์โมน growth factor หรือแม้แต่สารพันธุกรรมชนิดที่ละลายน้ำได้ในแก่น (core) หรือชนิดที่ไม่ละลายน้ำบริเวณกลาง bilayer ของไลโปโซม

          ไลโปโซมมีลักษณะได้หลายแบบเช่น เป็นรูปทรงกลม ทรงรี ทรงลูกบาศก์ เป็นแผ่นพับไป-มา หรือรูปทรงหลายมิติ อาจจะประกอบด้วย bilayer ชั้นเดียว หรือหลายๆชั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของโมเลกุลไขมันฟอสเฟต อัตราส่วนของน้ำต่อไขมัน สารตัวเติม หรือวิธีการผลิตไลโปโซม นอกจากนี้ ไขมันฟอสเฟตที่จะนำมาผลิตไลโปโซมยังมีมากมายหลายร้อยชนิด ทั้งมีประจุเป็นบวก ประจุลบ และไม่มีประจุ อาจจะมีส่วนหางสายเดียว สองหรือสามสาย และมีความสั้น-ยาวต่างๆ ดังนั้นเราจึงสามารถที่จะสร้างไลโปโซมชนิดต่างๆ ให้เหมาะสมตามการใช้งาน

ประโยชน์และการใช้งานไลโปโซม
          ด้วยลักษณะและคุณสมบัติที่คล้ายเยื่อหุ้มเซลล์ตามธรรมชาตินี้เอง ไลโปโซมจึงสามารถนำส่งสารต่างๆ เข้าสู่เซลล์ได้ดี เนื่องจากโมเลกุลของไขมันฟอสเฟตใน bilayer (ของทั้งไลโปโซมและเยื่อหุ้มเซลล์) เคลื่อนที่กลับไป-มา (flip-flop) ในระหว่างชั้นได้เอง ทำให้เกิดการแลกแลกเปลี่ยน รวมตัว และพยายามจัดโครงสร้างใหม่ของโมเลกุลของไขมันฟอสเฟต และผลที่เกิดก็คือการหลั่งสารที่บรรจุไว้ในไลโปโซม การประยุกต์ใช้ไลโปโซมจำนวนมากจึงเกี่ยวข้องกับระบบนำส่ง (Delivery System) ของยา เครื่องสำอาง หรือสาระสำคัญเข้าสู่ร่างกาย เช่น ทำวิตามินเข้าสู่ร่างกายในรูป Liposome encapsulate Vitamin C and E           

  • นำส่งสารเข้าสู่ผิวหนัง (Transdermal Delivery)

  •           การใช้ไลโปโซมสูตรที่เหมาะสมบางอย่าง สามารถเพิ่มการนำส่งสารเข้าสู่ผิวหนัง ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis)ได้ดี แม้ว่าจะยังไม่เข้าใจกลไกการทำงานที่แท้จริงของมัน จึงได้มีการใช้ไลโปโซมในสูตรเครื่องสำอางและยาผิวหนังอย่างแพร่หลาย Bilayer หลายๆชั้นของไลโปโซมสามารถปกป้องสารสำคัญที่เสียสภาพได้ง่ายในอากาศหรือในน้ำ

  • นำส่งสารสู่เซลล์

  •           เนื่องจากขนาดที่เล็กระดับนาโนของไลโปโซม ทำให้มันเข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดขาวได้เร็วตามกลไกระบบภูมิคุ้มกันปกติของร่างกาย ดังนั้นการใช้ไลโปโซมจึงเหมาะสมในการรักษาโรคที่ต้องการนำส่งยาเข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดขาว ดังตัวอย่างการรักษาการติดเชื้อ Leishmania ของเซลล์ Macrophage โดยการบรรจุยา Amphotericin B ลงระหว่างชั้น bilayer ของไลโปโซม

    การดัดแปลงพื้นผิวไลโปโซมเพื่อการใช้งานนำส่งสารเข้าสู่เซลล์แบบต่างๆ
    (A) ไลโปโซมทั่วไป ที่มีเฉพาะชั้นของไขมันฟอสเฟต

    (B) Stealth liposomes มีการดัดแปลงพื้นผิวด้วยพอลิเมอร์ PEG เพื่อเพิ่มอายุในการหมุนเวียนในร่างกาย ไม่ให้ถูกกำจัดอย่างรวดเร็วโดยระบบภูมิคุ้มกัน และสามารถผ่านผนังเซลล์หลอดเลือดฝอยในก้อนเนื้องอกได้ดีขึ้น

    (C) Targeting liposomes มีการติดโมเลกุลของแอนติบอดี้ เพื่อการหาเป้าหมายที่จะนำส่งสารสำคัญภายในร่างกาย

    (D) การเพิ่มโมเลกุล หรือ พอลิเมอร์ที่มีประจุบวก เพื่อนำสารพันธุกรรมแบบไม่ใช้ virus

  • การทดสอบปฏิกริยาของยากับเยื่อหุ้มเซลล์ (Drug Testing)

  •           องค์ประกอบผนังของของไลโปโซมสามารถเปลี่ยนแปลงให้มีความคล้ายกับเยื่อหุ้มเซลล์ของคนหรือสัตว์หรือจุลินทรีย์ได้ ดังนั้นจึงมีการใช้ไลโปโซมในการทดสอบปฏิกิริยาของยา หรือการนำส่งยาเข้าสู่เซลล์จำลอง เช่น เซลล์ผิวหนัง กระเพาะอาหาร สมอง ถุงน้ำดี ฯลฯ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนายาจำนวนมาก

  • การปรับปรุงภาพถ่ายทางการแพทย์ (Image Enhancing)

  •           มีการใช้ไลโปโซมเพื่อให้ภาพถ่ายอวัยวะต่างๆทางการแพทย์มีความชัดเจนขึ้น โดยการติดโมเลกุลที่จะส่งสัญญาณให้เกิดภาพบนผิวของไลโปโซมขนาดเล็ก และเมื่อส่งไลโปโซมเหล่านั้นไปยังอวัยวะที่ต้องการถ่ายภาพ จะทำให้เกิดความคมชัดมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ภาพถ่ายโดยใช้การสะท้อนของคลื่นเสียง (Ultrasound), MRI (Magnetic Rasonance Imaging) ไลโปโซมเหล่านี้ยังสามารถที่จะนำส่งยาเฉพาะที่ได้อีกด้วย

    ข้อจำกัดของการใช้ ไลโปโซม
              ไลโปโซมจะมีความคงตัวค่อนข้างต่ำจึงเก็บรักษายาก และเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ง่ายเมื่อสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป เนื่องจากไขมันฟอสเฟตแต่ละชนิดมีค่าอุณหภูมิในการเปลี่ยนสถานะคล้ายแก้ว (Glass Transition Temperature, Tg) ที่ไม่เท่ากัน และลักษณะที่เคลื่อนที่ไปมาตลอดเวลาของไขมันฟอสเฟต อาจจะทำให้สารชนิดละลายน้ำได้ที่บรรจุอยู่ภายในรั่วไหลออกมาเองได้ นอกจากนั้นยังบรรจุยาได้ในปริมาณน้อย จึงมักใช้นำส่งสารมูลค่าสูง รวมทั้งเทคนิคการทำให้ปลอดเชื้อที่ต้องไม่ใช้ความร้อน ทำให้ผลิตภัณฑ์ไลโปโซมมีราคาแพง

    ไลโปโซม มีอันตรายหรือไม่
              ยังไม่พบรายงานถึงอันตรายต่อสุขภาพที่เป็นผลมาจากไลโปโซมเอง เนื่องจากไขมันฟอสเฟตเป็นสารที่มีอยู่ทั่วไปในร่างกาย ไขมันฟอสเฟตที่มีจำหน่ายเป็นการค้าเพื่อนำมาผลิตไลโปโซมส่วนใหญ่เป็นสารสกัดจากไข่และน้ำมันพืช ไลโปโซมโดยทั่วไปมีอายุค่อนข้างสั้น และจะถูกกำจัดไปอย่างรวดเร็วโดยระบบภูมิคุ้มกัน สำหรับไลโปโซมที่มีการดัดแปลงให้มีอายุในการหมุนเวียนยาวขึ้นก็จะถุกกำจัดได้ที่ตับและม้ามโดยกลไกปกติของร่างกาย อีกทั้งขนาดของการใช้ไลโปโซมจะน้อยมาก ทำให้ไม่มีปัญหาการสะสมไขมันจนอยู่ในระดับอันตรายได้

              ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ยาบรรจุไลโปโซมจำนวนมากที่มีการผลิตในระดับการค้า เช่น Amphotericin B, Doxorubicin, Daunorubicin รวมทั้งในเครื่องสำอางชนิดต่างๆ เป็นต้น และสามารถดัดแปลงเพื่อใช้ประโยชน์ในงานด้านอาหาร ยา เครื่องสำอางและการวิจัยทางการแพทย์อย่างมากมาย แม้ว่าจะมีข้อจำกัดบางประการ แต่เมื่อใช้ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีทางวัสดุพอลิเมอร์ โดยการดัดแปลงคุณสมบัติของพื้นผิวก็จะทำให้การออกแบบระบบการใช้ไลโปโซมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพได้ งานวิจัยการใช้งานไลโปโซมของคณะวิศวกรรมศาสตร์กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการที่ห้องวิจัยวิศวกรรมชีวเคมี  

    ส่วนประกอบสำคัญ:

    Liposome encapsulate Vitamin C and E :
    วิตามินที่อยู่ในรูปไลโปโซมขนาด Nano Particle ที่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพสูง
    • Vitamin C
    • วิตามิน C บรรจุในโครงสร้างไลโปโซมซึ่งเป็นตัวนำพาที่มีประสิทธิภาพสูงจึงไม่ถูก Oxidation ได้ง่าย สามรถแทรกซึมสู่ผิวชั้นในได้ดี ทำงานโดยค่อยๆปลดปล่อยวิตามิน มาทีละน้อยอย่างต่อเนื่อง ช่วยยับยั้งการทำงานของ เอ็มไซม์ไทโรซิเนส จึงช่วยปรับสภาพผิวให้ขาว กระจ่างใส ลดการเกิดฝ้า กระและจุดด่างดำพร้อมเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวยืดหยุ่น ตึงกระชับ
    • Vitamin E
    • วิตามินอี บรรจุในโครงสร้างไลโปโซมซึ่งเป็นตัวนำพาที่มีประสิทธิภาพสูงจึงไม่ถูก Oxidation ได้ง่าย สามรถแทรกซึมสู่ผิวชั้นในได้ดี ทำงานโดยค่อยๆปลดปล่อยวิตามิน มาทีละน้อยอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย Tocopherols,Tocotrienols ซึ่งพบได้บ่อยในผัก น้ำมันพืช เมล็ดพืช ข้าวโพด ถั่ว แป้งสาลี เนื้อสัตว์และนม วิตามินอีเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนต์ที่สำคัญในพลาสมาและเม็ดเลือดแดง ที่ช่วยปกป้องสารประกอบไขมันจากอนุมูลอิสระ ผลจากการทดลองพบว่า วิตามินอี ช่วยลดอาการไหม้จากแสงแดด ช่วยลดริ้วรอย และทำให้ผิวหน้านุ่มขึ้น
    Vitamin C Glycosphere :
    มีคุณสมบัติเป็น Anti Oxidance ช่วยลดริ้วรอย และปรับสภาพผิวให้ขาวเนียนกระจ่างใสพร้อมทั้งบำรุงผิว



    ผลทดสอบของความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ Vitamin C Glycosphere เทียบกับ Vitamin C ทั่วไป

    Arbutin :
    สารกัดจาก Bearberry ช่วยปรับสภาพผิวให้ขาวกระจ่างใสลดการสร้างเม็ดสี ลดเลือนจุดด่างดำ และเพิ่มความชุ่มชื้น ลดและชะลอการเกิดริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    Black tea extract :
    สารสกัดจากชาดำต่อต้านอนุมูลอิสระและปรับผิวให้เรียบเนียน ไม่ขรุขระ ลดเลือนริ้วรอยแรกเริ่ม

    ผลการทดสอบ :
    จากอาสาสมัคร 14 ราย ใช้ครีมที่มีส่วนประกอบของชาดำวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 29 วัน ทำให้ผิวเรียบเนียนมากขึ้น 16.2 %

    Mitracarpe extract :
    สารสกัดจากพืชชนิดหนึ่งในทวีปแอฟริกา มีคุณสมบัติในการยับยั้งเอ็มไซม์ Tyriosinaseซึ่งมีผลในการยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีทำให้ผิวขาวใส ลดริ้วรอย จุดด่างดำ บนใบหน้า ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

    Licorice extract :
    สารสกัดจากชะเอมเทศ มีคุณสมบัติช่วยในการยับยั้งการสร้างเม็ดสี โดยลดการสร้างเม็ดสีทำให้สีผิวจางลงและเพิ่มความขาวเนียนแก่ผิว ลดจุดด่างดำ ความหมองคล้ำแก่ผิว BioflavonoidS (Citrus Medica Limonum Peel extract) สารสกัดจากพืชธรรมชาติ จึงช่วยปกป้องผิวไม่ให้เสื่อมสภาพหรือถูกทำลายจากแสงแดดและมลภาวะต่าง ๆ อันเป็นสาเหตุของริ้วรอยก่อนวัย รอยหมองคล้ำ ช่วยปรับสภาพผิวให้ขาวเนียนใส

    Vitamin B3 :
    มีคุณสมบัติช่วยในการเพิ่ม blood circulation ทำให้ขับของเสียได้ดีจึงทำให้ผิวมีสุขภาพดี เป็น reducing agent โดยลดการสร้างเม็ดสีทำให้สีผิวจางลงและเพิ่มความขาวเนียนแก่ผิว และเป็นanti-oxidant ลดและชะลอการเกิดริ้วรอย

    White tea extract :
    สารสกัดจากชาขาว ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระลดและชะลอการเกิดริ้วรอย กระตุ้นให้ผิวมีความกระชับ ลดการอักเสบและระคายเคืองผิว
    หน้าหลัก | เกี่ยวกับเรา | มาตรฐานสินค้า | สินค้าทั้งหมด | โปรโมชั่น| ติดต่อเรา | สมัครสมาชิก | webboard
    Call Center : (086)3386764 ,(086)3385756
    จันทร์ – อาทิตย์ เวลา 09:00 -18:00 น.
    Email : mydeecare@hotmail.com, http://mydeecare.hi5.com, www.mydeecare.com

    Copyright © 2009 mydeecare.com | Privacy Notice